ภาษา python

เริ่มต้นเขียนโปรแกรมกับ PYTHON


         เนื่องจากผมได้รับมอบหมายจาก บริษัท คลัสเตอร์คิท จำกัด ให้เขียน Application หนึ่งอันที่ใช้สำหรับการควบคุมการ เปิด-ปิด Compute Node ของระบบ Cluster เพื่อช่วยลดอัตราการใช้พลังงานของระบบ โดยพิจารณาจากงานในระบบ ถ้าหากเครื่องใดไม่ได้ทำงาน ก็จะสั่งปิดเครื่องโดยอัตโนมัติ และในทางตรงกันข้าม เมื่อมีคน Submit งานเข้ามาในระบบ เครื่องจะต้องถูกเปิดโดยอัตโนมัติ เช่นกัน
         ตอนแรกผมคิดจะพัฒนา Application นี้ ด้วยภาษา C เนื่องจากเป็นภาษาที่ผมคุ้นเคย แล้วก็ทำได้ดีที่สุดภาษาหนึ่ง แต่พี่กิ๊ (พี่ที่ปรึกษาในการสหกิจศึกษาครั้งนี้) ได้แนะนำให้ใช้ภาษาไพธอน (Python) โดยพี่กิ๊ ให้เหตุผลว่า การพัฒนาโดยใช้ภาษา C จะยากเกินไป ให้ลองใช้ไพธอน จะสามารถพัฒนาได้ง่ายกว่า พร้อมกับให้ยืมหนังสือมาอีกหนึ่งเล่ม ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่ามันดีกว่ายังไง (แล้วระหว่างภาษาซีที่รู้อยู่แล้ว กับต้องมาศึกษาภาษาไพธอนใหม่อีกหนึ่งภาษา อันไหนมันยากกว่ากันแน่ 555) แต่ก็เดาเอาไว้ในใจว่ามันคงจะมีฟังก์ชั่นพิเศษบางอัน ที่จะมาช่วยให้ผมจับเหตุการณ์ของระบบได้ เพื่อนำมาเป็นเงื่อนไขในการ เปิด-ปิด ของระบบ


          บทความนี้จะมาทำความรู้จักกับภาษาไพธอน รู้จักข้อดีข้อเสียของไพธอน เทียบกับภาษา C กันก่อน ที่จะเริ่มต้นใหม่กับมัน

         ภาษาไพธอนเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ยุกต์ใหม่ หรือที่เรียกกันว่า "ภาษาสคริปต์" ที่สามารถทำงานได้ทั้งรูปแบบโครงสร้างแบบเก่าและการเขียนเชิงวัตถุ และยังสามารถทำงานได้ทั้งแบบ Desktop และบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ Web application ต่าง ๆ สามารถทำงานได้ทุกระบบปฏิบัติการ และที่สำคัญ คือ เป็น Open Source สามารถหามาใช้งานได้ฟรี
       แล้วไพธอนมันดีกว่า ภาษาซี ยังงัยล่ะ???
       ผมก็ได้ไปค้นหาคำตอบมาตอบกับทุกท่าน โดยอ้างอิงจาก เว็บไซต์ https://sites.google.com/site/dotpython/

        - Python เป็น "ภาษาสคริปต์" ซึ่งทำงานโดยมี Interpreter แปลงคำสั่งในแต่ละบรรทัดของโปรแกรมให้เป็น machine code ในระหว่างที่โปรแกรมทำงาน โดยไม่มีการ compile ตัว source code ทั้งหมดเป็น machine code ก่อนเริ่มการทำงานของโปรแกรม ดังนั้นสิ่งที่จะพบแน่ๆ คือ มันจะทำงานช้ากว่า C/C++ (รวมถึง Java ด้วย )
          - มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากภาษาไพธอนทำงานอยู่ด้าน Server เป็นหลัก เมื่อมีการร้องขอจากเครื่อง Client จะประมวลผลที่เครื่อง Server ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงเครื่อง Server  ได้โดยตรงจึงมีความปลอดภัยสูงกว่า
         - ใช้ในการพัฒนา Web Service ซึ่งในปัจจุบันการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้เน้นที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันทั้งในองค์กรเดียวกันหรือแม้แต่ต่างองค์กรกัน ทำให้เกิดความ สะดวกสบาย ไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์อื่น ๆ มาแปลงข้อมูลเพื่อให้เข้ากันได้อีกต่อไปเรียนรู้ได้เร็วกว่าโปรแกรมภาษาอื่น ๆ เพราะมีโครงสร้างภาษาที่ไม่ซับซ้อน 
          - โครงสร้างภาษาคล้ายคลึงกับภาษา C ถ้าโปรแกรมเมอร์ที่เคยใช้ภาษา C มาก่อนจะทำให้เรียนรู้ได้เร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพธอนจะมีความกระชับและสั้นกว่าภาษาซี
ผมโชคดีที่มีพื้นฐานภาษา C ค่อนข้างดี ผมน่าจะศึกษาไพธอนได้ไม่ยาก
          อย่างไรก็ตามแม้ว่าโปรแกรมที่พัฒนาด้วย Python จะมีความเร็วในการทำงานช้ากว่า C/C++ และ Java แต่สิ่งที่แลกกลับมาก็คือ "ความเร็วในการพัฒนาโปรแกรม"  ยิ่งโปรแกรมที่มีความซับซ้อนสูงๆ การใช้ภาษา C ในการพัฒนายิงใช้เวลานานจนอาจทำให้ผู้พัฒนาท้อจนเลิกไปก่อนก็ได้ แต่การใช้ไพธอนในการพัฒนาจะช่วยลดความซับซ้อน ของโปรแกรมลงได้

















ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเปิด NTP Server บนเครื่อง windows server 2003

การเลือกใช้เครื่องสำรองไฟ (UPS)